หยุด 10 ความเชื่อผิด ๆ ในการทำความสะอาดบ้าน

หยุด 10 ความเชื่อผิด ๆ ในการทำความสะอาดบ้าน

การทำความสะอาดบ้านนั้น เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เรา นั้นทำเป็นประจำทุกวัน แต่คุณ ๆเชื่อหรือไม่ครับ ว่า ในการทำความสะอาด ที่เราทำอยู่เป็นประจำนั้น อาจจะไม่ถูกต้องอย่างที่เรา เข้าใจ ซึ่งจะส่งผลในทางตรงกันข้ามกับที่เราต้องการ แทนที่จะสะอาด กลับกลายเป็นการทำให้ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน อายุสั้นลง หมดความสวยงาม สิ้นเปลืองต้องเปลี่ยนกันบ่อย  มาดูกันว่ามีความเชื่ออะไรกันบ้าง

 

1. การใช้น้ำยาทำความสะอาดเยอะๆจะทำให้สะอาดมากขึ้น
ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดนั้น บางคนเชื่อว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เยอะๆจะช่วยให้สะอาดมากขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นเมื่อเทียบกับปริมาณที่ขวดระบุไว้ จะพบว่าความสามารถในการทำความสะอาดนั้นไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเลย แถมยังเป็นการสิ้นเปลืองอีกด้วย



2. ใส่น้ำยาขัดเงามากเกินไป
บางคนอาจคิดว่ายิ่งใช้น้ำยาขัดเงามากเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ของคุณดูเงางามขึ้นได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำยาขัดเงามากเกินไปอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ของคุณเหนียวหนึบแทนที่จะ เงางามได้เหมือนกัน ดังนั้นควรใช้ผ้าชุบน้ำยาเพียงเล็กน้อยขัดก็พอ นอกจากนี้ หากว่าคุณเพียงแค่ต้องการขจัดฝุ่นทำความสะอาดเป็นครั้งคราวเท่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาขัดเงาด้วยทุกครั้งหรอก    

3. ใช้กากกาแฟกับกลิ่นในถังขยะ
คุณอาจเคยได้ยินกับการใช้กากกาแฟในการดับกลิ่นตู้เย็น เลยคิดว่าจะสามารถนำมาใช้ในการดับกลิ่นถังขยะได้ แต่จริงๆแล้วในการกำจัดกลิ่นที่ถังขยะนั้น เพียงแค่ใช้มะนาวผ่าซีกวางไว้ในถังขยะจะสามาถรจัดการกับกลิ่นได้ดี



4. ใช้น้ำยาหลากหลายชนิดจะสะอาดกว่า
สำหรับคุณ ที่อยากจะให้น้ำยาหลากชนิดนั้นมีความสามารถในการทำความสะอาดที่หลากหลาย จึงนำผลิตภัณฑ์มาผสมกัน เรียกได้ว่าเป็นอันตรายอย่างมากเลย เพราะสารเคมีนั้นอาจจะทำปฏิกิริยาจนเกิดสารเคมีตกค้าง และเป็นอันตรายต่อตัวเราได้

5. ใช้ผ้าหรือกระดาษซับคราบเปื้อน พรมและโซฟา 
เมื่อเกิดคราบเปื้อนกับพรมและโซฟาผ้า ทุกคนก็คงรีบจัดการกำจัดคราบเปื้อนกันอยู่แล้ว เพราะพรมและโซฟาผ้าขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุที่ทำความสะอาดไม่ง่ายเท่าไรนัก แต่วิธีการทำความสะอาดที่หลายคนมักจะทำกันก็คือ ใช้ผ้าหรือกระดาษซับคราบเปื้อนออก จากนั้นก็ฉีดพรมน้ำยาทำความสะอาดชนิดต่าง ๆ ลงไปโดยตรงเพื่อเช็ดออก แต่รู้ไหมว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากความชื้นและคราบน้ำจะฝังตัวอยู่ในพรมและโซฟาผ้า พอนานวันเข้าก็จะเกิดเชื้อราและเชื้อโรคตามมา ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดให้ถูกต้อง ด้วยการใช้กระดาษหรือผ้าสะอาดซับคราบเปื้อนออก จากนั้นก็ฉีดพรมน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าผืนใหม่ แล้วนำไปซับบริเวณคราบเปื้อนจนกว่าคราบสกปรกจะหายไป เสร็จแล้วก็นำผ้าสะอาดไปชุบน้ำเย็น บิดให้หมาดที่สุดเท่าที่จะหมาดได้ แล้วก็นำไปซับเช็ดคราบน้ำยาอีกครั้งจนสะอาด รวมถึงหมั่นนำไปตากแดดด้วย

6.ทำความสะอาดเตา ตอนที่เตาเย็นแล้ว
ไม่ได้หมายความว่าคุณควรทำความสะอาดตั้งแต่ตอนที่เตายังร้อน ๆ จนมือพองหรอกนะ แต่การทำความสะอาดตอนที่ยังอุ่น ๆ อยู่จะช่วยให้การทำความสะอาดเตาของคุณง่ายขึ้นอีกเยอะ ดังนั้นควรหรี่เตาให้ไฟอ่อนลงสัก 10 - 15 นาที จากนั้นจึงปิด และพ่นน้ำยาทำความทิ้งไว้อีก 20 นาที ก่อนจะใช้แปรงไนลอนขัดให้เรียบร้อย เตาของคุณก็จะกลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้อย่างง่ายดาย

7. การใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เช็ดกระจกทำให้กระจกใสขึ้น
จะทำให้เกิดรอยขนแมว ซึ่งจะสามารถสังเกตได้ชัดเจนในวันที่แดดจัด อีกทั้งเมื่อต้องการติดฟิล์มกรองแสงก็ยิ่งเห็นรอยชัดเจน ไม่สวยงาม

8.การใช้แผ่นใยขัดอเนกประสงค์ที่มีหยาบมาก ๆ จะทำให้สะอาด
ความจริงคือ ถ้าคุณใช้ไยขัดที่มีความหยาบมาก ๆ ทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์ต่างๆภายในห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็น อ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ ฯลฯ จะทำให้เครื่องสุขภัณฑ์เกิดรอยขีดข่วน และทำให้คราบสกปรกและเชื้อโรคต่างๆฝังตัวอยู่ตามร่อยรอยนั้นๆโดยง่าย

9.สามารถใช้แผ่นใยขัดอเนกประสงค์ที่ใช้ในห้องครัว
ล้างได้ทุกชภาชนะ แต่ความจริงคือ แผ่นใยขัดอเนกประสงค์ เหมาะกับสำหรับใช้ล้างจานชามทั่วไปเท่านั้น  ส่วนภาชนะที่เป็นแก้ว ควรใช้เป็นฟองน้ำมากกว่า เนื่องจากแผ่นใยขัดเอนกประสงค์จะทำให้เกิดรอยขนแมวที่แก้วน้ำ โดยเฉพาะแก้วที่ความบางมากๆ เช่น แก้วไวน์ และสำหรับแก้วไวน์นั้นไม่ควรใช้น้ำยาล้างจานล้าง ควรใช้แค่เพียงน้ำอุ่นเท่านั้น และถ้าต้องการให้แก้วเป็นมันวาว ให้นำแก้วไปอังไอน้ำจากน้ำร้อน โดยจับที่ฐานแก้วแล้วถือแก้วแบบคว่ำปากลงเพื่อให้ไอน้ำเข้าไปในตัวแก้ว หลังจากนั้นจึงใช้ผ้านุ่มเช็ดให้เป็นเงา

10.การใส่น้ำยาซักผ้าปริมาณมาก ๆ ทำให้เสื้อผ้าสะอาด
หลายครั้งที่ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าแล้วรู้สึกว่าผ้าไม่ค่อยสะอาด หนำซ้ำบางทียังเกิดคราบขาว ๆ เปื้อนบนผ้าอีกต่างหาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็เกิดจากการที่เราใส่เสื้อผ้าเยอะเกินไป หรือไม่ก็ใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มไม่เหมาะสมกับจำนวนผ้า รวมทั้งการเทน้ำยาซักผ้าลงไปบนผ้าโดยตรงด้วย ดังนั้นต่อจากนี้ไป ก็ควรกะปริมาณผ้าให้เหมาะสมกับถังซัก และใส่ปริมาณน้ำยาซักผ้ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มตามปริมาณที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ ถ้าผ้าเยอะก็ควรเพิ่มน้ำยาลงไปนิดหน่อย อ้อ ! อย่าลืมใส่น้ำยาซักผ้าลงในช่องที่เขากำหนดให้ด้วย

Powered by MakeWebEasy.com